เงินได้ที่สามารถเลือกยื่นเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

 

เงินได้บางประเภท เรามีสิทธิที่จะเลือกไม่ต้องนำไปรวมคำนวณยี่นแบบเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา หากเงินได้นั้นมีการหักภาษี ณ ที่จ่ายเอาไว้เรียบร้อยแล้ว เราสามารถเลือกที่จะใช้ Final Tax หรือให้จบตอนหักภาษี ณ ที่จ่ายตอนนั้นเลย แทนการนำมารวมคำนวณยื่นแบบเสียภาษีเงินได้

 

เงินได้ที่สามารถเลือกยื่นเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้นั้นมีดังต่อไปนี้

 

  1. ดอกเบี้ยจากการลงทุนหรือฝากเงินในธนาคาร ซึ่งเป็นเงินได้ประเภท 40(4) (ก) ต้องเป็นดอกเบี้ยที่ได้รับจากการฝากเงินออมทรัพย์หรือฝากประจำตามที่ธนาคารกำหนด ดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืม ดอกเบี้ยพันธบัตร ดอกเบี้ยหุ้นกู้ หรือเป็นดอกเบี้ยที่ได้รับจากการซื้อสลากออมสิน และฝากออมทรัพย์กับสหกรณ์ ดอกเบี้ยนี้จะถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย 15% โดยเราสามารถเลือกที่จะนำมารวมคำนวณภาษีหรือไม่ก็ได้
    แต่หากเรานำไปรวมคำนวณ จะต้องนำดอกเบี้ยทุกรายการที่เราได้รับ มารวมคำนวณภาษี เช่น ดอกเบี้ยเงินฝากธนาคาร จะเลือกแค่ดอกเบี้ยของธนาคารใดธนาคารหนึ่งเท่านั้นไม่ได้ ต้องรวมเอาดอกเบี้ยของทุกธนาคาร
  2. เงินปันผลที่มาจากการถือหุ้นของบริษัท ไม่ว่าจะเป็นบริษัทที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์หรือไม่ได้อยู่ตลาดหลักทรัพย์ก็ตาม ซึ่งเป็นเงินได้ประเภท 40(4) (ข) ตามปกติแล้ว บริษัทจะเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลจากกำไรสุทธิ ตามอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลของแต่ละบริษัท เมื่อบริษัทนำกำไรสุทธิหลังเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลมาจ่ายเป็นเงินปันผล บริษัทก็จะหักภาษี ณ ที่จ่าย 10% แต่บางกรณีก็ไม่ได้หักเพราะเป็นกิจการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ดังนั้นเงินปันผลที่เราได้รับนี้อาจถูกเสียภาษีมาแล้วสองครั้ง เรามีสิทธิที่จะนำเงินปันผลนี้ไปรวมคำนวณยื่นแบบเสียภาษีเงินได้หรือไม่ก็ได้

    แต่หากเรานำไปรวมคำนวณ จะต้องนำเงินปันผลจากหุ้นทั้งหมดทุกตัวที่เราได้รับไปรวมคำนวณ เมื่อนำไปรวมคำนวณเราก็สามารถได้รับเครดิตเงินปันผลอีกด้วย เพราะเงินปันผลนี้ได้เสียภาษีนิติบุคคลไปแล้ว เราจึงสามารถเครดิตคืนได้
  3. ส่วนแบ่งกำไรจากกองทุนรวมที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งเป็นเงินได้ประเภท 40(8) ที่เรียกว่าเงินปันผลจากกองทุนรวม เงินได้ตัวนี้จะถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย 10% โดยเรามีสิทธิที่จะนำเงินปันผลนี้ไปรวมคำนวณยื่นแบบเสียภาษีเงินได้หรือไม่ก็ได้

    แต่หากเรานำไปรวมคำนวณ จะต้องนำเงินปันผลจากกองทุนรวมทั้งหมดทุกตัวที่เราได้รับ ไปรวมคำนวณ ดังนั้นหากเราไม่แน่ใจว่า ได้รวบรวมเงินปันผลจากกองทุนรวมมาครบทุกตัวไหม เราก็ควรเลือกที่จะไม่เอาไปรวมคำนวณจะดีกว่านะครับ
  4. เงินได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเป็นเงินได้ประเภท 40(8) การขายอสังหาริมทรัพย์ไม่ว่าจะเป็นที่ดินเปล่า อาคารและที่ดิน ห้องพักในคอนโด หากทั้งนี้ได้รับมาโดยมรดก เสน่หา หรือที่มิได้มุ่งค้าหากำไรแล้ว ผู้ขายหรือเจ้าของได้เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่กรมที่ดินตอนที่จดทะเบียนโอนกรรมสิทธิไปแล้ว จึงมีสิทธิเลือกที่จะนำเงินได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์นี้มารวมคำนวณยื่นแบบเสียภาษีหรือไม่ก็ได้ แต่ส่วนใหญ่จะไม่เอามารวมเพราะอสังหาริมทรัพย์นั้นส่วนใหญ่มีราคาสูง เมื่อนำมารวมคำนวณแล้วมักจะเสียภาษีเพิ่ม ดังนั้นจึงไม่นิยมเอามารวมกัน แต่ถ้าเป็นผู้ขายหรือเจ้าของ ทำธุรกิจอสังหาที่ค้าขายหากำไร จะต้องนำเงินได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์มารวมคำนวณภาษีโดยไม่มีสิทธิเลือก

 

เรามีสิทธิเลือกที่จะนำเงินได้ทั้ง 4 แบบนี้มารวมคำนวณยื่นแบบเสียภาษีหรือไม่ก็ได้ ถ้าจะเลือกมารวมคำนวณก็ต่อเมื่อ ได้คิดคำนวณมาแล้วว่าจะได้รับภาษีคืน ถึงจะเอามารวมนะครับ

 

ยังเหลือเวลาอีกไม่กี่วันก็จะหมดเขตยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปี 59 แล้ว หากใครที่ยังไม่ได้ยื่นก็ต้องรีบหน่อยแล้ว หากยื่นช้าเกินกำหนดอาจโดนเบี้ยปรับและเงินเพิ่มนะครับ และถ้ามีคำถามหรือมีข้อสงสัยในการยื่นภาษีก็สามารถสอบถามมาได้ที่ Email: viroon.p@wealthsolution.co.th นะครับ

วิรุฬห์ ไพศาขมาศ

นักวางแผนการเงิน

บทความอื่นๆ